“เขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้ทุน”

1. ทุนวิจัยมีจานวนน้อย แต่ผู้ขอรับทุนวิจัยมีเป็นจานวนมาก

2. โครงสร้างกรรมการพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย

2.1 กรรมการดาเนินการ / กรรมการกลั่นกรอง-ติดตาม-ประเมินผล

2.2 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพ

3. การเตรียมการของผู้ขอรับทุนก่อนเขียนข้อเสนอโครงการ

3.1 ศึกษาข้อกาหนดและแบบฟอร์มต่าง ๆ ของแหล่งเงินทุน

3.2 ประชุมผู้ร่วมทีมวิจัย / ผู้ร่วมทีมชุดโครงการวิจัย (แผนงานวิจัย)

3.3 ทบทวนวรรณกรรมเรื่องที่สนใจ

3.4 สารวจข้อมูลเบื้องต้น / ทาโครงการนาร่องเมื่อได้โจทย์วิจัยแล้ว

4. การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย

4.1 เขียนตามหัวข้อที่แหล่งเงินทุนกาหนดอย่างครบถ้วน (ยกเว้นกรณีไม่ applicable)

4.2 นาเสนออย่างกระชับ ชัดเจน และครอบคลุม

4.3 เรียบเรียงด้วยภาษาที่เรียบง่ายทั้งคนในศาสตร์ และนอกศาสตร์สามารถเข้าใจและติดตามได้

4.4 พิสูจน์อักษรอย่างดี (เลขหน้า วรรคตอน สะกดการันต์ ขนาดฟอนต์ ขอบกระดาษ บรรทัดกระโดด ย่อหน้า ฯลฯ)

5. ถ้าเป็นชุดโครงการ / แผนงานวิจัย ควรมีสิ่งต่อไปนี้

5.1 นาเสนอส่วนบริหารจัดการโครงการ ประกอบด้วย ภาพรวมของโครงการวิจัยย่อยในชุดโครงการและงบประมาณรวม ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ภาพชุดโครงการชัดเจนยิ่งขึ้น แผนการบริหารจัดการซึ่งสอดรับกับขั้นตอนการดาเนินงานวิจัยของโครงการย่อย (action plan)

5.2 รายละเอียดที่เป็นข้อเสนอโครงการวิจัยของทุกโครงการในชุดโครงการ

5.3 ตรวจความถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสารทั้งหมดในชุดโครงการ

5.4 จัดทาบทสรุปสาหรับผู้บริหาร

6. หลักเกณฑ์กว้าง ๆ ในการคัดเลือกข้อเสนอโครงการเพื่อส่ง/ไม่ส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน

6.1 เอกสารทุกประเภทครบถ้วน ตามที่แหล่งเงินทุนกาหนดหรือไม่

6.2 ประเภทงานวิจัยตรงตามข้อกาหนดของแหล่งเงินทุนหรือไม่ (งานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยมุ่งเป้า ฯลฯ)

6.3 เนื้อหาสาระซ้าซ้อน/ไม่ซ้าซ้อนกับโครงการวิจัยที่เคยมีผู้อื่นดาเนินแล้วหรือกาลังดาเนินการ

6.4 ถ้าเป็นข้อเสนอโครงการวิจัยเก่าที่ตกรอบจากแหล่งเงินทุนอื่น มีการแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อยสมบูรณ์ทุกจุดและตรงตามวัตถุประสงค์ของแหล่งเงินทุนที่กาลังจะเสนอขอรับทุนหรือไม่

6.5 ส่ง/ยังไม่ได้ส่งรายงานผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์ และ/หรือตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณรับทุนไปแล้วจากแหล่งเงินทุนเดิม

6.6 เรื่องที่จะทาวิจัยมีคุณค่าคุ้มกับการลงทุนหรือไม่

6.7 งบประมาณเหมาะสมหรือไม่ที่แหล่งเงินทุนจะสนับสนุน

7. คาเตือน

7.1 ความสับสนเกี่ยวกับการเขียนผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) ผลกระทบ (impact)

7.2 ถ้าเป็นการวิจัยที่เก็บข้อมูลกับ/จากคน ควรกล่าวถึงการขอการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน และในข้อเสนอโครงการควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการเก็บข้อมูลกับกลุ่มเปราะบาง (สิทธิส่วนบุคคล-ความเสี่ยง-ความยุติธรรม)

14 ส.ค. / 2017

KM วิจัย

สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้

คณะบริหารธุรกิจ พื้นที่ศาลายา

เรื่อง เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง

ประปีการศึกษา 2559

**************************************

 

          คณะบริหารธุรกิจ พื้นที่ศาลายา ได้ให้ความสำคัญกับการค้นคว้างานวิจัย ซึ่งงานวิจัยต่าง ๆ ของคณะฯ ได้รับการสนับสนุนทุนงานวิจัยทั้งภายในและภายนอก ดังนั้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัยนั้น ๆ ให้มีคุณภาพ เพื่อนำมาพัฒนาการเรียนการสอน การทำงาน การจัดทำผลงานทางวิชาการ ฯลฯ และการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานวิจัยของคณะฯ ได้เผยแพร่ให้สาธารณะชนรับรู้ สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และคณะฯ ดังนั้นคณะบริหารธุรกิจ จึงมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้ด้านวิจัยให้กับอาจารย์ หรือบุคลากรของคณะฯ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญของคณะฯ (ดร.มหชัย สัตยธำรงเธียร และผู้ช่วยศาสตราจารย์น้ำฝน เสนาคนิกร) ถ่ายทอดประสบการณ์ เล่าสู่กับฟัง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันขึ้น เรื่อง “เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง” ในปัจจุบันการตีพิมพ์เผยแพร่มีจำนวน 6 เรื่อง

แบบรายงานสรุปองค์ความรู้จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 1

 ประจำปีการศึกษา 2559

ชื่อ หน่วยงานคณะบริหารธุรกิจศาลายา

ประเด็นความรู้                      : เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง

หัวข้อการจัดการความรู้            : ทบทวนประเด็นหัวข้อการจัดการความรู้

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้        : (ดังบัญชีรายชื่อที่แนบ)

วันเดือนปีที่ดำเนินการ             : วันที่ 10  สิงหาคม  2559

สรุปองค์ความรู้ที่ได้                 : ประเด็นหัวข้อการจัดการองค์ความรู้

          ในการจัดการความรู้ด้านการวิจัยหัวข้อ  “เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง  เพื่อเป็นแนวทางให้กับอาจารย์และผู้สนใจทำวิจัยแต่ขาดประสบการณ์  ได้เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำการวิจัย ด้วยการถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิจัย (ดร.มหชัยและ ผศ.น้ำฝน    เสนาคนิกร) เพิ่มเติมจากประเด็นในปี 2559 เพื่อให้นักวิจัยทุกท่านในคณะบริหารธุรกิจสามารถจัดทำ เผยแพร่งานวิจัยได้จริง ด้วยการเปรียบเทียบงบประมาณการจัดทำวิจัยจากปีก่อน เปรียบเทียบกับปีปัจจุบัน (2559)

แบบรายงานสรุปองค์ความรู้จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 2

 ประจำปีการศึกษา 2559

ชื่อ หน่วยงานคณะบริหารธุรกิจศาลายา

ประเด็นความรู้                      : เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง

หัวข้อการจัดการความรู้            : ทบทวนประเด็นหัวข้อการจัดการความรู้

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้        : (ดังบัญชีรายชื่อที่แนบ)

วันเดือนปีที่ดำเนินการ             : วันที่ 14 กันยายน 2559

สรุปองค์ความรู้ที่ได้                 : กรอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          ในการจัดการความรู้ด้านการวิจัยหัวข้อ “เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง”  โดยมีกรอบในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้

  1. แนวทางปฏิบัติที่ดี  ตามวงจรการจัดการคุณภาพ  PDCA
  2. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า
  3. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
  4. ปัญหา อุปสรรค

แบบรายงานสรุปองค์ความรู้จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 3

 ประจำปีการศึกษา 2559

ชื่อ หน่วยงานคณะบริหารธุรกิจศาลายา

ประเด็นความรู้                      : เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฏิบัติได้จริง

หัวข้อการจัดการความรู้            : ทบทวนประเด็นหัวข้อการจัดการความรู้

ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้        : (ดังบัญชีรายชื่อที่แนบ)

วันเดือนปีที่ดำเนินการ             : วันที่ 31 มีนาคม 2560

สรุปองค์ความรู้ที่ได้                 : แนวทางปฏิบัติที่ดีตามวงจรการจัดการคุณภาพ PDCA

          การจัดการความรู้ด้านการวิจัยหัวข้อ  “เทคนิคการเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในระดับชาติ/นานาชาติปฎิบติได้จริง”  โดยให้คณะกรรมการผู้มีความรู้เสนอตามกรอบที่กำหนด

  1. แนวทางปฏิบัติที่ดีตามวงจรจัดการคุณภาพ PDCA

          Plan 

  1. ศึกษาแหล่งทุนตีพิมพ์ว่ามีที่ใดบ้างพร้อมกับพิจารณาความเชี่ยวชาญของตัวเองว่าเชี่ยวชาญเรื่องใด หลังจาก อ่านนโยบายและวัตถุประสงค์ของวารสาร เพราะขอบเขตเนื้อหางานวิจัยจะต้องสอดคล้องกับนโยบาย การจัดทํา หรือการจัดพิมพ์ของแหล่งเผยแพร่และอ่านคําแนะนําสําหรับผู้เขียนบทความที่เจ้าของวารสารนั้นให้คําแนะนําไว้ และปฏิบัติตามคําแนะนํา นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด
  2. เลือกหัวข้องานวิจัยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขแหล่งตีพิมพ์กำหนด เพื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และต้องศึกษาประเด็นหรือแนวคิดทางวิชาการที่ชัดเจน มีความทันสมัย และวิเคราะห์เป็นไปตามแนวคิดและทฤษฎีที่เหมาะสม
  3. กรอบระยะเวลาเสนอผลงานวิจัย ส่งให้ตรงตามกำหนด พร้อมกับการพิจารณาเลือกวารสารที่อยู่ในฐานใด ทั้งนี้ตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ควรเพิ่มเติม ด้วยการจัดส่งบทความวิจัยในหลายเป้าหมาย (วารสารหรือประชุมวิชาการระดับชาติ นานาชาติ) เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการรอการตอบรับจากวารสารต่าง ๆ
  4. เป็นบทความที่มีผลงานต่อใน Sheet ตามแบบฟอร์มของแต่ละวารสารกำหนด

Do

บทความวิจัยหรือ Research article เป็นบทความที่เป็นผลงานต่อ เนื่องจากงานวิจัย เป็นการสกัดมาจากงานวิจัย ซึ่งเป็นบทความที่ประมวลสรุปกระบวนการวิจัย  ให้มีความกระชับและสั้น  สำหรับตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ หรือที่ประชุมสัมมนา  โดยการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย  ต้องผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบเนื้อหาสาระและความถูกต้อง  จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงวิชาการนั้น ๆ (Peer review) จะต้องมีรูปแบบการจัดพิมพ์  ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของวารสาร

  1. กำหนดวิธีการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผน
  2. ศึกษาเอกสารและประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องการตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพิ่มเติม ควรสำรวจจากข้อมูล
  3. เขียนโครงสร้างงานวิจัยตามแบบฟอร์มดังนี้

ตารางองค์ประกอบของบทความวิชาการและบทความวิจัย

บทความวิชาการ

บทความวิจัย

ส่วนประกอบตอนต้น(ส่วนนำ)

ส่วนประกอบตอนต้น(ส่วนนำ)

1. ชื่อเรื่อง

2. ข้อความเกี่ยวกับผู้เขียน

3. บทคัดย่อ หรือสาระสังเขป

1.ชื่อเรื่อง

2.ข้อความเกี่ยวกับผู้เขียน

3.บทคัดย่อหรือสาระสังเขป(โดยเน้นเฉพาะประเด็นข้อค้นพบที่สำคัญของผลการวิจัย)

ส่วนเนื้อหา

ส่วนเนื้อหา

1.ความนำ

     เป็นการเขียนสาระความสำคัญและจุดมุ่งหมายของเรื่องที่จะเขียน ซึ่งจะเป็นการปูพื้นเข้าสู่เนื้อความของบทความ

1.ความนำ

     เป็นการเขียนสาระความเป็นมาของปัญหาการวิจัย

2.เนื้อความ

    จะเป็นการเขียนรายละเอียดของประเด็นตามที่ผู้เขียนได้วางโครงเรื่องไว้โดยหัวข้ออาจแตกต่างกันไปในบทความวิชาการแต่ละเรื่องโดยผู้เขียนจะเขียนทั้งข้อเท็จจริง ข้อมูลข้อค้นพบต่างๆและแทรกความคิดเห็นของผู้เขียนตลอดจนทัศนะในด้านต่างๆ

2.ข้อความเกี่ยวกับผู้เขียน

     เป็นการเขียนองค์ประกอบของการวิจัยตามที่ได้ดำเนินการวิจัย ได้แก่

2.1 วัตถุประสงค์การวิจัย

2.2 สมมติฐานการวิจัย

2.3 การทบทวนวรรณกรรม

2.4 ระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งประกอบด้วย ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

บทสรุป

บทสรุป

    เป็นการสรุปสาระของรายละเอียดในเนื้อหา หรือเสนอเป็นข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะอื่น บทสรุปควรเน้นที่ประเด็นสำคัญหรือประเด็นหลักที่ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพของส่วนเนื้อหา

    เป็นการอภิปรายผลและข้อเสนอแนะโดยจะเขียนสรุปประเด็นหลักของการวิจัย รวมถึงอภิปรายผลการวิจัยตามหลักแนวคิดทฤษฏีที่เกี่ยวข้องและข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

ส่วนประกอบตอนท้าย

ส่วนประกอบตอนท้าย

1.บรรณานุกรม/เอกสารอ้างอิง

1.บรรณานุกรม/เอกสารอ้างอิง

2.กิตติกรรมประกาศ(ถ้ามี)

ซึ่งเป็นหลักการทั่วไป ขึ้นอยู่กับงานวิจัยที่ทำการตีพิมพ์เผยแพร่ ด้วยการจัดทำองค์ความรู้ต้องทำการเปรียบเทียบงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุน ปี 2558-2559 มีดังนี้

Check

  1. ต้องเป็นเรื่องที่ผู้อ่านมากและเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มองสิ่งที่นอกเหนือจากความเชื่อเดิม ๆ
  2. การเขียนบทความให้ตรงกับวาระส าคัญ ๆ ได้จะต้องมีสาระ มีแก่นสาร อ่านแล้วได้ความรู้หรือความคิดเพิ่มเติม
  3. ต้องมีทัศนะ ข้อคิดเห็น และ/หรือ ข้อวินิจฉัยของผู้เขียนแทรกอยู่ด้วย
  4. เนื้อหาสาระและวิธีเขียน เหมาะแก่ผู้อ่านระดับที่มีการศึกษา
  5. เลือกตีพิมพ์ให้เหมาะกับจังหวะ โอกาส วาระทางสังคม

 

          Action

  1. ปรับแก้ไขตามมติกรรมการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ
  2. นำข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขมากำหนดประเด็นปัญหาในการวิจัยครั้งต่อไป

 

  1. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุ้มค่า

                   –  การตีพิมพ์ เผยแพร่  ทำให้เกิดองค์ความรู้หรือความชำนาญมากขึ้นในการทำงานอย่างเป็นระบบของนักวิจัยเอง

                   –  สามารถนำความรู้ที่ได้จากการวิจัยไปเผยแพร่  ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุคคลอื่นหรือสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ในองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับจากงานวิจัย เช่น หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

                   –  ความรู้ที่ได้สามารถนำไปสร้างรายได้แก่คนในชุมชน  หรือเป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป

                   –  สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาการเรียนการสอน  และแก้ปัญหาในกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                   –  หากได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ระดับชาติและนานาชาติ  มหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับจากบุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น

 

  1. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

          โครงการงานวิจัยต้องตอบสนองต่อความจำเป็นหรือเป็นที่กำลังน่าสนใจและทันต่อเหตุการณ์  และทำความเข้าใจได้  พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ได้

 

  1. ปัญหา – ข้อเสนอแนะ

          –  การเผยแพร่ทำได้ยากกว่า บทความวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่  ในวารสารทางวิชาการ  ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพมากกว่า  เพราะผ่านกระบวนการพิจารณาและกลั่นกรองที่ยากกว่า และอาจทำให้ผู้วิจัยเกิดความท้อใจได้

          –  กระบวนการเผยแพร่ใช้ระยะเวลาที่นานกว่า เนื่องจากบทความวิจัยจะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ  ซึ่งตามปกติแล้ววารสารทางวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ  จะกำหนดเวลาให้ผู้ทรงคุณวุฒิ  ได้พิจารณาบทความ  ประมาณ 1-2 เดือน หรืออาจมากกว่านั้น  นอกจากนี้บทความที่ผ่านมาพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว อาจต้องมีการแก้ไข  ตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิอีก และที่สำคัญคือ  เมื่อทบความวิจัยได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า  บทความวิจัยนั้นๆ จะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการในทันที แต่จะต้องรอคิว

          –  นักวิจัยขาดที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ในศาสตร์นั้นๆ ที่จะช่วยให้คำแนะนำก่อนเสนอหัวข้องานวิจัย

          –  เนื่องจากอาจารย์ต้องทำภารกิจให้ครบถ้วนตามเกณฑ์อุดมศึกษา ทำให้เวลาในการทำวิจัยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

          –  นักวิจัยขาดเงินทุนสนับสนุนการตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย ซึ่งอุปสรรคอีกประการที่ค้นพบว่า เอกสารในการขอเบิกมีความยุ่งยาก และซับซ้อน ทำให้นักวิจัยต้องดำเนินการสำรองจ่ายเงินเอง

 

          การนำไปใช้ประโยชน์จากการจัดการความรู้

  1. อาจารย์ที่ได้ทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำความรู้ เทคนิคการพิจารณา/ตัดสินใจในการจัดทำส่งบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ จำนวน 3 ชิ้นงาน ได้แก่

          –  การพัฒนารูปแบการจัดการธุรกิจเกษตรอินทรีย์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน (ผศ.ประนอม  ตั้งปรีชาพาณิชย์)

          –  การเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารการผลิตของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรเห็ดแครงเพื่อสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

          –  การพัฒนารูปแบการจัดการธุรกิจเกษตรอินทรีย์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน (นางสาววิภาวรรณ  จันทร์ประชุม)

          –  การพัฒนารูปแบการจัดการธุรกิจเกษตรอินทรีย์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน (นางศรีสุดา ลีลาสุวัฒน์)

          –  การพัฒนารูปแบการจัดการธุรกิจเกษตรอินทรีย์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน (นางสาวฐิติมนต์      ธนกิติเอื้ออังกูร)

          –  คุณลักษณะผู้ปฏิบัติงานสหกิจศึกษาด้านการบัญชีที่พึ่งประสงค์ในยุค AEC ของนักศึกษาบัญชี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

ได้ทำการตีพิมพ์เผยแพร่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ที่ประเทศมาเลเซีย จำนวน 6 เรื่อง (เอกสารดังแนบ)

 

บทเรียนหนึ่งประเด็น(One Point Lesson: OPL)

การเรียนรู้ และการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ  

ภาคเรียนที่ 1 / 2559
1. ชื่อ สกุล  อาจารย์ เนรัญชลา กำไลทอง สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม
2. ชื่อวิชา ปฎิบัติการอุตสาหกรรม
3. กลุ่มผู้เรียน  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 47 คน
4. ชื่อเรื่อง  การสอน บูรณาการ โครงงาน(Project) ในโรงงานอุตสาหกรรม
5. บทนำ/ความเป็นมาของเรื่อง/ปัญหาของการสอน

การเรียนการสอนที่ต้องอาศัยการประลองทดลองปฎิบัติการในการบริหารจัดการในโรงงานอุตสาหกรรมทำให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ได้เรียนรู้ของจริง มุมมองของผู้เรียนขาดประสบการณ์และความเข้าใจต่อเนื้อหาการปฎิบัติการจริง ดังนั้นผู้สอนจึงมีความประสงค์ในการใช้วิธีการสอนด้วยการบูรณาการ โครงงาน(Project) ใช้ในการเรียนการสอนกับผู้เรียน เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนการสอนเข้าถึงการปฎิบัติงานจริง
6. วิธีการ / ขั้นตอน หรือกระบวนการที่ทำให้งานนั้นสำเร็จ 

6.1 วางแผนงานการเรียนการสอน หาสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ด้านกำหนดวางจำนวนผู้เรียนต่อกลุ่ม เวลาการปฎิบัติการ

6.2 เข้าโรงงานครั้งที่ 1 เพื่อสำรวจเพื่อหาหัวข้อโครงงาน ในการดำเนินงาน

6.3 เข้าโรงงานครั้งที่ 2 ดำเนินการตามแผนของกลุ่มที่กำหนด

6.4 เข้าโรงงานครั้งที่ 3 สรุปและนำเสนองาน ต่อผู้บริหาร พนักงานที่เป็นพี่เลี้ยง และผู้สอนในโรงงานฯ

6.5 สรุปเป็นคะแนนเพื่อนำมาประมวลผลคะแนน สำหรับวิชาการปฎิบัติการอุตสาหกรรม
7. เทคนิค/กลยุทธ์ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ 

7.1 การสร้างให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของโครงงานของกลุ่มตนเองและของกลุ่มเพื่อน

7.2 การบูรณาการเรียนในสาขาเพื่อนำมาใช้ในโครงงาน

7.3 ประสบการณ์ 2 มิติ ทางด้านสถานที่จริง และพนักงานผู้มีประสบการณ์ตรงในโรงงานฯ
8. ผู้ที่มีส่วนร่วมทําให้เกิดความสำเร็จ /บทบาทของบุคคลนั้น 

8.1 พนักงานในโรงงาน เสริมแนะนำสื่อสารผู้เรียนในงานของโครงงานนั้นๆ

8.2 นักศึกษา เป็นผู้เดินเรื่องทุกอย่างในขั้นเตรียม ขั้นประลอง และขั้นสรุปนำเสนอ

8.3 ผู้สอน จัดหาประสานสถานที่ประกอบการ จัดการระบบร่วมวางแผน ติดตาม ตรวจสอบโครงงานผู้เรียนและโรงงาน
9. อุปสรรค/ปัญหาในการทำงาน และแนวทางในการแก้ปัญหา

9.1 การเดินทาง

9.2 ค่าใช้จ่าย

9.3 ระยะเวลาน้อยในการทำงานเนื่องจากบางกลุ่มที่มีเนื้อหาของโครงงานขนาดใหญ่เกินไป

9.4 นักศึกษาบางคนไม่มีความสนใจในกิจกรรม

9.5 สภาพสถานที่ประกอบการโรงงานไม่มีความสะดวก คับแคบ ร้อน ฝุ่น เสียงดัง

9.6 ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดด้วยความไม่สะดวกของสถานประกอบการเนื่องจากโรงงานฯ มียอดสั่งการผลิตจำนวนมากทำให้ไม่สามารถเข้าไปดำเนินโครงงานตามแผน
10. ผลลัพธ์ หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ 

10.1  ผลงานของโครงงานได้บูรการวิชาการจัดการอุตสาหกรรมมาใช้ในการดำเนินโครงงาน

10.2  ผู้เรียนได้มีโอกาสสัมผัสประลอง ปฎิบัติงานในเนื้อหาของโครงงานที่ดำเนินการ
11. ประเด็นความรู้ หรือประสบการณ์อื่นๆ 

11.1 ผู้เรียนได้เข้าถึงซึ่งการปฎิบัติงานจริงของพนักงานในโรงงาน

11.2 ผู้เรียนได้เห็นทดลองปฎิบัติจริงในการทำงาน

11.3 ฝึกวินัยและจริยธรรมต่อผู้เรียน ในเรื่อง การรักษาเวลา การทำงานร่วมกันของกลุ่ม

11.4 สื่อสารและการประสานงาน กับพนักงานพี่ ในโรงงาน
12. ข้อเสนอแนะ 

12.1 การเลือกหัวข้อโครงงานต้องเหมาะสมกับระยะเวลาดำเนินการ

12.2 สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนในการดำเนินการโครงงานด้วยความตั้งใจ

บทเรียนหนึ่งประเด็น(One Point Lesson: OPL)

การเรียนรู้ และการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ 

หัวข้อการบันทึก

  1. ชื่อ สกุล อาจารย์ วันวิสาข์ พรมจีน สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ
  2. ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์กราฟฟิก รหัส BIT 1341

ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา2559

ชื่อวิชา ภาพยนต์และภาพเคลื่อนไหวดิจิทัล รหัส BIT 2265

ภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา2559

3. กลุ่มผู้เรียนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 43 คน
4. ชื่อเรื่อง “การออกแบบคาแรคเตอร์ สติ๊กเกอร์ไลน์ ” 

การเขียนบทและผลิตภาพยนตร์สั้นHorror film” 

การออกแบบสื่อโปสเตอร์ในหัวข้อ อย่าปล่อยให้เรามาลวงเรา”

5. “การออกแบบคาแรคเตอร์ สติ๊กเกอร์ไลน์ ”

บทนำ

                LINE คือแอพพลิเคชั่นที่เป็นที่นิยมสําหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน มีการให้บริการส่งข้อความหาเพื่อนในเครือข่าย สร้างกลุ่มเพื่อน ส่งไฟล์รูป ไฟล์เอกสาร ไฟล์เสียง ไฟล์วิดิโอ ที่อยู่ปัจจุบัน นอกจากนั้นยังสามารถโทรศัพท์(Free voice calls) หาผู้ที่ใช้งานLINE ด้วยกันโดยไม่ต้องเสียชําระค่าบริการ และยังสามารถใช้งานได้ที่ระบบปฏิบัติการ IOS, Android, Windows และอื่นๆ ผ่านทางเครือข่าย 3G และ Wi-Fi จุดเด่นที่สําคัญของ LINE อีกหนึ่งสิ่งคือ Stickers และ Emoticons ซึ่งในปัจจุบันนั้นเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางการทําการตลาดสมัยใหม่ และเป็นที่นิยมเป็นอย่างสูง บริษัท LINE ได้มีการอนุญาตให้นักพัฒนาสามารถสร้าง Stickers LINE มาเพื่อใช้งานกับแอพพลิเคชั่น ผู้สอนจึงเล็งเห็นความสําคัญและโอกาสในการสร้างธุรกิจ เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาที่สนใจที่จะพัฒนา Sticker LINE สามารถพัฒนา Sticker LINE ได้อย่างมืออาชีพ และสามารถสร้างรายได้จาก Sticker LINE ได้จริง

ความเป็นมาของเรื่อง

การออกแบบคาแร็คเตอร์ สติ๊กเกอร์ไลน์ มีการกำหนดขอบเขตงานให้นักศึกษาคือออกแบบคาแร็คเตอร์และสติ๊กเกอร์ไลน์ เพื่อจัดจำหน่ายบน Line creator เพื่อสร้างความตระหนักถึงการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานทางด้านมัลติมีเดียให้สามารถสร้างรายได้ให้นักศึกษาและมีผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานได้ในอนาคต โดยกำหนดช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายอยู่ระหว่าง 16-21 ปี โดยใช้สติ๊กเกอร์ไลน์จำนวน 40 ตัว ความละเอียดขนาด 370 x 320 pixel นักศึกษาจะสามารถประยุกต์หรือสร้างแรงบันดาลใจ ในการสร้างผลงานในผลงานอื่นๆเช่น งานที่มีงานสร้างสรรค์คาแร็คเตอร์ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับสื่ออีกหลายประเภท ไม่ว่าจะ เป็นการ์ตูน เกม งานแอนิเมชั่น งานประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ หรืองานโฆษณา ที่สามารถสร้างมูลค่าให้ธุรกิจ

ปัญหาของการสอน

การกำหนดแนวคิดในการออกแบบให้นักศึกษา จะต้องให้นักศึกษาคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นในการออกแบบสื่อจึงต้องครอบคลุม และสามารถตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างกว้างขวาง และยังต้องไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ในเรื่องของการออกแบบ โทนสีของแต่ละชิ้นงาน และภาพประกอบที่ใช้ รวมถึงการจัดวาง เพื่อความเป็น เอกลักษณ์ กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน

การเขียนบทและผลิตภาพยนตร์สั้นHorror film” 

บทนำ 

                    การเขียนบทและผลิตภาพยนตร์สั้นHorror film เนื่องจากในปัจจุบันสื่อทางด้านภาพยนตร์ค่อนข้างแพร่หลายและได้รับความนิยมจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ดังจะเห็นได้จากผลงานนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ผู้สอนเล็งเห็นว่า เป็นอีกศาสตร์ที่จะสามารถสนับสนุนให้นักศึกษาเขียนบทภาพยนตร์ เพื่อผลิตผลงานสู่สังคมได้อย่างสร้างสรรค์และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้

ความเป็นมาของเรื่อง

การผลิตภาพยนตร์สั้น ต้องใช้ความรู้ในหลายศาสตร์ หลายๆ ศิลปะ หลายๆ วิชาที่มาทำ บทภาพยนตร์เป็นหัวใจสำคัญซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ภาพยนตร์ของนักศึกษาแตกต่างจากนักศึกษาสถาบันอื่น จึงต้องเริ่มให้นักศึกษาใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างบทภาพยนตร์ที่ดี เพื่อนำไปสู่การผลิตภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ

ปัญหาของการสอน 

                   การเรียนการสอนต้องเริ่มตั้งแต่พื้นฐานการดูหนังแบบคนทำหนัง เรื่องเล่าที่ดี การสร้างตัวละครที่คนดูมีความรู้สึกร่วม การพล็อตเรื่องแบบ 3 องก์ การเขียนจากเรื่องใกล้ตัว การเขียนด้วยวิธีตั้งสมมติฐานจะเกิดอะไรขึ้นถ้า การเขียนบทโดยมีโลเคชั่นเป็นแรงบันดาลใจ การเขียนบทดัดแปลงจากนวนิยาย จนถึงการเขียนบทเป็นทีมแบบปฏิบัติได้จริง ทำให้นักศึกษาค่อนข้างมีปัญหาในการแบ่งงานกันภายในกลุ่ม เนื่องจากการเรียนการสอน มีการผลิตชิ้นงานตาม Production สากลทั่วโลก คือ Pre-Production ขั้นตอนก่อนการผลิต Production ขั้นตอนการผลิต Post-Production ขั้นตอนหลังการผลิต

การออกแบบสื่อโปสเตอร์ในหัวข้อ อย่าปล่อยให้เรามาลวงเรา”

บทนำ

                         โครงการปิ๊งส์ โดยแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับยองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดการประกวดสื่อภาพถ่ายชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้โจทย์คำเตือนรณรงค์ผลกระทบเครื่องดื่มแอลกอออล์ คือ1.สุรา เป็นเหตุก่อมะเร็งได้ 2.สุรา เป็นเหตุให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้3.สุรา เป็นเหตุให้พิการและตายได้ และ4.สุรา ทำร้ายตนเอง ครอบครัวและสังคมได้ ผู้สอนเล็งเห็นว่านักศึกษาสามารถนำความรู้ในรายวิชามาบูรณาการได้ ไม่ว่าจะเป็นการคิดไอเดีย การถ่ายภาพ  การจัดองค์ประกอบภาพ และการตัดต่อแต่งภาพ จึงนำมาสู่โปรเจคงานชิ้นนี้ ซึ่งนักศึกษาที่ส่งผลงานในรายวิชาจะได้ไปแข่งขันกับสถาบันอื่น ซึ่งนักศึกษาสาขาวิชาฯ  สามารถผ่านเข้ารอบ 35 ทีมสุดท้าย จำนวน 3 ผลงาน จากผู้เข้าประกวดทั้งสิ้น 300 ผลงาน โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบได้จัดแสดงผลงาน ณ GALLERY ภาพถ่าย “ฉลากคำเตือนภาพถ่ายแอลกฮอลล์”เมื่อวันที่ 2-7 พฤษภาคม 2560 ผนังโค้ง ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ความเป็นมาของเรื่อง

คำเตือนที่ปรากฏในสื่อโฆษณาแอลกอฮอล์หรือบรรจุภัณฑ์ยังไม่สามารถกระตุกเตือนสังคมได้ จึงได้เล็งเห็นว่าหากนักศึกษาส่งผลงานประกวด ในหัวข้อ อย่าปล่อยให้เหล้ามาลวงเรา” นักศึกษาจะได้ประสบการณ์และผลงาน จะนำมาใช้รณรงค์ต่อในฉลากเครื่องดื่มจริง

ปัญหาของการสอน

ควรเน้นให้นักศึกษาใช้ความคิดสร้างสรรค์  ความสดใหม่ ความแปลกใหม่ของผลงาน  เน้นความสามารถในการสื่อสารความคิด การโน้ม น้าวให้กลุ่มเป้าหมายเห็นชัดถึงสิ่งที่จะสื่อ ความตรงประเด็นระหว่างเนื้อหาใจความและภาพที่จะสื่อ โดยยังคงความสวยงาม ความสมบูรณ์    ความกลมกลืนกันของงาน

6. วิธีการ / ขั้นตอน หรือกระบวนการที่ทำให้งานนั้นสำเร็จ 

6.1 เน้นความคิดสร้างสรรค์ในผลงาน

6.2 การผลิตชิ้นงานตามขั้นตอนสากล

6.3 มีผลงานเป็นรูปธธรม

6.4 ผลงานสามาถต่อยอดได้ในการทำงานจริง

7. เทคนิค/กลยุทธ์ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ 

7.1 เน้นการปฎิบัติอย่างมืออาชีพ

7.2 คอยให้คำแนะนำให้นักศึกษาโดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานจริง

8. ผู้ที่มีส่วนร่วมทําให้เกิดความสำเร็จ /บทบาทของบุคคลนั้น

8.1 นักศึกษาและอาจารย์ผู้สอน

9. อุปสรรค/ปัญหาในการทำงาน และแนวทางในการแก้ปัญหา

นักศึกษาบางคนมีความมั่นใจในผลงานตนเองมากเกินไป แก้ปัญหาโดยนำผลงานนักศึกษาทุกคนให้ดูในคลาสพร้อมกัน นักศึกษาจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่าผลงานตนเองอยู่ในระดับไหน

10. ผลลัพธ์ หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ

นักศึกษามีผลงานของตัวเองและสามารถต่อยอดได้ในงานชิ้นอื่นๆ หารายได้ระหว่างเรียนและสะสมผลงานเพื่อใช้ในการสมัครงานในอนาคต

11. ประเด็นความรู้ หรือประสบการณ์อื่นๆ

ได้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาในหลายๆศาสตร์หลายๆแขนงวิชาความรู้

12. ข้อเสนอแนะ

มหาวิทยาลัยควรมีการสนับสนุนนักศึกษาในเรื่องอุปกรณ์สำหรับการผลิตผลงานสื่อต่างๆ

 

Team KM

  • การสอน บูรณาการ โครงงาน(Project) ในโรงงานอุตสาหกรรม OPL_KM_2559_Bee
  • “การออกแบบคาแรคเตอร์ สติ๊กเกอร์ไลน์ ” “การเขียนบทและผลิตภาพยนตรส์ั้นHorror film” “ การออกแบบสื่อโปสเตอร์ในหัวข้อ อย่าปล่อยให้เรามาลวงเรา” OPL_KM_2559_Aj Jub
  • การบูรณาการร่วมกันกับสถานประกอบการเพื่อกำหนดกลยุทธ์การบริการที่เป็นเลิศ  OPL_KM_2559 Sasakong
  • สารสนเทศทางการบัญชีของธุรกิจ OPL_KM_2559_Dr Dararut
  • การเป็นผู้ประกอบการ OPL_KM_2559 Sesuda
  • ประมวลผลองค์ความรู้วิชาการศึกษาความเคลื่อนไหวและเวลาผ่านการประดิษฐ์สื่อ Pocket Book OPL_KM_2559 Nitinup
  • โครงการ Game Base Learning ผ่านการลงทุนในพอร์ทหุ้นจำลอง OPL_KM_2559 Air
  • สร้างสรรค์คือพลัง KM ร่วมด้วยช่วยกัน